เมนูหลัก

อ้างอิงจากรายการประมูล "วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ A "

กระดานข่าว : ไขข้อข้องใจ

February 05, 2014 12:10:23 amfine  (82)
avatar
amfine  (82)

อ้างอิงจากhttp://www.dd-pra.com/auction/detail/3595510/

February 06, 2014 01:29:31 amfine  (82)
avatar
amfine  (82)


รบกวนขอให้เวบมาสเตอร์กรุณาชี้แนะความเก๊ แท้ ของพระพิมพ์สมเด็จองค์นี้ให้ด้วยครับ ถ้ามีภาพเปรียบเทียบด้วยจะดีมากครับ รบกวนชี้แนะให้หน่อยนะครับ ขอบคุณครับ

February 09, 2014 01:59:14 amfine  (82)
avatar
amfine  (82)


พิมพ์ทรงถูกต้อง การยุบตัวของมวลสารก็มี การม้วนตัวของเส้นผ่าหวายก็มี ผิวมีความย่น แยก ยุบ เป็นพิมพ์ของหลวงวิจารณ์ชัดเจน ไม่ทราบว่ามันเก๊จากตรงไหนครับ ช่วยแนะนำด้วยครับ

February 09, 2014 05:00:16 amfine  (82)
avatar
amfine  (82)


 ถ้ากล่าวถึง พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เป็นผู้สร้างไว้ ไม่มีผู้ใดไม่รู้จัก และเป็นสุดยอดปรารถนาอยากจะเป็นเจ้าของไม่ว่าจะเป็นพิมพ์อะไร ก็ตาม ถือว่าเป็นสุดยอดของพระเครื่องทั้งปวง และเป็นพระเครื่องที่มีมูลค่าสูงสุดจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ยังคงครองอันดับ 1 ตลอดกาล

แนวทางการศึกษาสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่

สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ แบ่งออกเป็น 4 แม่พิมพ์ คือ

   1. สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 1 พิมพ์มีเส้นแซมใต้หน้าตัก

   2. สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 2 พิมพ์อกตัววี

   3. สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 3 พิมพ์อกกระบอก

   4. สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 4 พิมพ์เกศทะลุซุ้ม

          แนวทางการศึกษาผู้เขียนจะชี้ตำหนิที่เหมือน ๆ กัน ออกมาก่อนเป็นอันดับแรก แล้วตามด้วยแยกพิมพ์ที่ 1 ถึงพิมพ์ที่ 4 ว่าต่างกันอย่างไร อันดับต่อไป คือการดูเนื้อและมวลสาร, การกดแม่พิมพ์ สุดท้ายคือ การดูหลังพระว่ามีกี่แบบ อะไรบ้าง

หลัการพิจารณาตำหนิพิมพ์
สมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ใหญ่ 








สมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่




หลักการพิจารณาตำหนิพิมพ์ สมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่

     1. ให้สังเกตเส้นซุ้มครอบแก้วเป็นอันดับแรก คือ เส้นซุ้มครอบแก้วทั้งเส้นซ้ายและเส้นขวามือพระ จะโย้ไปทางซ้ายมือพระทั้งหมด จึงทำให้เกิดดังนี้ เส้นกรอบแม่พิมพ์ทางขวามือพระซึ่งเป็นเส้นนูนเส้นเล็ก ๆ ลากลงมาจากด้านบนและจะเริ่มแนบเส้นซุ้มครอบแก้ว ตั้งแต่บริเวณหัวเข่าขวาพระจรดเส้นซุ้มด้านล่างสุด

     2. ส่วนเส้นกรอบแม่พิมพ์ทางด้านซ้ายมือพระจะลากลงมาจากด้านบนและจะแนบเส้นซุ้มครอบแก้วตั้งแต่กึ่งกลางแขนถึงปลายข้อศอกซ้ายพระและจะกลืนหายไปกับเส้นซุ้มครอบแก้ว

     3. เกศพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ จะเป็นปลีเรียวเล็ก คือโคนเกศจะใหญ่กว่าปลายเกศเล็กน้อย และจะพุ่งขึ้นจรดซุ้มทุกแม่พิมพ์ของพิมพ์ใหญ่ และเกศจะเอียงไปทางซ้ายพระเล็กน้อย

     4. รูปหน้าของสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ จะคล้ายผลมะตูม เฉพาะบางแม่พิมพ์จะมีโหนกยื่นทางแก้มขวาพระ ส่วนถ้าแม่พิมพ์กดได้ลึกคมชัด จะเห็นหูซ้ายพระเป็นเส้นทิ้งตรงลงมา แต่จะเห็นแบบราง ๆ เท่านั้น

     5. ให้สังเกตความกว้างของรักแร้ คือความกว้างจากรักแร้ถึงหัวไหล่ ด้านบนทางด้านขวามือพระจะหนา ส่วนทางด้านซ้ายมือพระจะบางกว่า

     6. ให้สังเกตลำตัวและวงแขนพระจะนั่งบิดตัวไปทางขวาเล็กน้อยและแขนขวาพระจากหัวไหล่ถึงข้อศอกจะแลดูสั้น ส่วนทางซ้ายพระจากหัวไหล่ถึงข้อศอก จะแลดูยาวกว่า

     7. ซอกรักแร้ข้างซ้ายพระช่างจะแกะแม่พิมพ์ลึกกว่าข้างขวามือพระและจะแกะแม่พิมพ์ให้ลาดเอียงจากข้างเอวพระทั้งสองข้างจะตื้น และลาดลงลึกสุดที่รักแร้พระ

     8. หัวฐานชั้นบนสุดข้างซ้ายพระจะเตี้ยกว่าหัวเข่าข้างซ้ายพระเล็กน้อย และหัวฐานนี้จะยาวกว่าหัวเข่าเล็กน้อย ส่วนหัวเข่าด้านขวาพระจะเตี้ยกว่าหรือแค่เสมอหัวฐานชั้นบนข้างขวาพระ

     9. หัวฐานชั้นล่าง ด้านขวามือพระช่างจะแกะแม่พิมพ์เฉียงเล็กน้อย และหัวฐานเกือบชิดเส้นซุ้ม

     10. หัวฐานชั้นล่างด้านซ้ายมือพระ ช่างจะแกะหัวฐานค่อนข้างตรงและห่างเส้นซุ้ม

     11. พื้นที่ ถ้าผู้อ่านลองส่องพระย้อนกลับคือให้ส่องจากเกศพระไล่ลงมาจะได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นคือ พื้นที่ตั้งแต่เกศจะต่ำและลาดสูงขึ้นไปจนถึงข้างแขนพระทั้งด้านซ้ายและด้านขวา

     12. แขนซ้ายพระตั้งแต่หัวไหล่ถึงข้อศอกช่างจะแกะแม่พิมพ์ต่ำกว่าข้างขวาพระและแกะหัวไหล่ต่ำลาดสูงขึ้นไปจนถึงข้อศอก

     13. ร่องฐานระหว่างหน้าตักกับฐานชั้นบน ร่องฐานทางขวาจะตื้นและลาดลง จะลึกสุดคือปลายด้านซ้าย

     14. ร่องฐานระหว่างฐานชั้นบนกับฐานชั้นกลาง พื้นที่ในร่องฐานจะเสมอภายนอก


หลักการแยกแม่พิมพ์ สมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่

สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ แบ่งออกเป็น 4 แม่พิมพ์ ดังนี้

1. สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 1

    - เอกลักษณ์คือมีเส้นแซมใต้หน้าตัก และมีเส้นสังฆาฏิขนาดเล็ก










สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 1





2. สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 2

    - เอกลักษณ์ของพิมพ์ที่ 2 คืออกตัววี










สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 2




3. สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 3

    - เอกลักษณ์ของพิมพ์ที่ 3 คืออกกระบอก










สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 3




4. สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 4

    - เอกลักษณ์ของพิมพ์ที่ 4 คือเกศทะลุซุ้ม










สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 4




          จริง ๆ แล้ว เอกลักษณ์แต่ละพิมพ์ยังมีมากกว่านี้ แต่ผู้เขียนว่า จดจำแค่นี้ก็พอแล้ว และให้ดูผสมผสานกับหลักการพิจารณาดูสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ แล้วการดูพระของผู้อ่านจะดีขึ้นเอง ตอนผู้เขียนเริ่มศึกษาพระสมเด็จ อาจารย์ผู้เขียนก็ให้เริ่มศึกษาและจดจำแค่นี้ก่อน สุดท้ายพอเริ่มแตกฉาน เริ่ม เข้าใจ สุดท้าย การดูสมเด็จก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

หลักการดูเนื้อ และมวลสาร ของสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่
          เริ่มต้นด้วยส่วนผสมของเนื้อสมเด็จวัดระฆัง ประกอบด้วย มวลสารหลัก ๆ ดังนี้








มวลสารในสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่






     1. ปูนเปลือกหอย สมัยก่อนเขาจะใช้เปลือกหอยมาเผาแล้วบดให้ละเอียด ก็จะได้เป็นปูนขาว ซึ่งเป็นส่วนผสมหลัก

     2. เม็ดสีเทา มีทั้งเทาอ่อน และเทาเข้ม ลักษณะก้อนเล็ก ๆ มีค่อนข้างน้อย

     3. เม็ดสีเขียว มีทั้งเขียวอ่อน และสีเขียวหยก แบบนี้ก็มีน้อยมาก

     4. ผ้าแพรห่มพระพุทธและก้านธูปสมเด็จโตจะหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ และผสมลงไป

     5. อิฐแดง สันนิษฐานว่าเป็นเศษซุ้มกอมาตำให้ละเอียดแล้วนำมาผสม

     6. เม็ดพระธาตุ ลักษณะเป็นสีขาวอมเหลือง มีทั้งก้อนเล็กและก้อนใหญ่

     7. น้ำมันตั่งอิ้วเป็นตัวประสาร และยังมีมวลสารอื่น ๆ อีก

          เอาวัสดุทั้งหมดผสมกันโดยใช้น้ำมันตั่งอิ้วเป็นตัวประสาร แล้วปั้นเป็นแท่ง แล้วตัดออกเป็นชิ้น ๆ ที่เรียกว่า "ชิ้นฝัก" แล้วนำมากดในแม่พิมพ์ ก่อนนำมวลสารไปกดในแม่พิมพ์ คาดว่า น่าจะนำแป้งโรยพิมพ์ก่อนเพื่อที่จะให้มวลสารไม่ติดในพิมพ์ แล้วนำแผ่นไม้มากดย้ำด้านหลังจึงเกิดเป็นหลังแบบต่าง ๆ เมื่อกดเสร็จแล้ว ก็เคาะออก แล้วตัดข้างออก 4 ด้าน เสร็จแล้วนำไปตากแห้ง แล้วให้สมเด็จโตปลุกเสกต่อไป

จากวันนั้นถึงวันนี้ อายุพระก็ร้อยกว่าปี พื้นผิวจะมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้

ด้านหน้า

    - เส้นซุ้ม ตอนเริ่มสร้างกดพิมพ์ เส้นซุ้มจะเป็นสามเหลี่ยม คือปลายบนแคบ ด้านล่างจะกว้าง เมื่อเวลาผ่านไปร้อยกว่าปี เส้นซุ้มด้านนอกหดเข้าเกือบตั้งฉาก ส่วนด้านในเส้นซุ้มหดตัว ม้วนเข้าค่อนข้างกลมแบบเส้นลวด จุดนี้เป็นจุดสำคัญจุดหนึ่ง ซึ่งถ้าคนทำพระปลอม นำสมเด็จของแท้ไปถอดพิมพ์ เส้นซุ้มที่ถอดออกมา ตีนเส้นซุ้มก็จะบานออก ซึ่งถ้าเข้าใจตรงนี้ยังไงก็ไม่โดนของปลอม ส่วนตั้งแต่เกศ, เศียรพระ, แขน, ลำตัว ฐานพระก็เหมือนกัน ลองสังเกตดู ส่วนพื้นผิวที่มี รูเล็ก ๆ หรือที่เรียกว่า "รอยปูไต่" ซึ่งเกิดจากมวลสารบางชนิดเกิดการย่อยสลายและหลุดออกจึงเกิดเป็นรูเล็ก ๆ ส่วนพื้นผิวที่เรียกว่า "คราบแป้งยังอยู่" พื้นผิวชนิดนี้มีลักษณะสีขาวอมเหลือง มีทั้งหนาและบาง เกิดจากเวลานำเนื้อพระมากดพิมพ์ เนื้อพระก้อนนั้นค่อนข้างเหลว เวลากดพิมพ์เสร็จแล้วใช้ไม้เคาะ ๆ ย้ำ ๆ น้ำปูนเปลือกหอยก็ไหลลงล่าง จึงเกิดเป็นผิวแป้งด้านหน้าพระ เมื่อเวลาผ่านไปร้อยกว่าปี การหดตัวของพระ การหลุดล่อนของมวลสาร การถูกสัมผัสเนื่องจากการใช้ เม็ดมวลสารก็โผล่ขึ้นมา เช่น เม็ดพระธาตุ เม็ดสีเทา และอื่น ๆ พูดถึงเม็ดพระธาตุ บางเม็ดบนพื้นผิวอาจถูกนำมาวางใหม่ เนื่องจากพระบางองค์ เม็ดพระธาตุหรือเม็ดมวลสารบางเม็ดหลุดร่อนไปทำให้เกิดเป็นรู เจ้าของพระบางคนก็จะให้ช่างแต่งพระหามวลสารที่ใกล้เคียงนำมาวางแทน วิธีสังเกตเม็ดพระธาตุของแท้ ขอบข้างเม็ดพระธาตุจะต้องสนิทชิดแน่น บางทีมีเปลือกผิวทับตามขอบก็มี หรืออีกแบบคือเม็ดพระธาตุจะชิดแค่ข้างเดียว อีกข้างจะห่างจากขอบเล็กน้อย ส่วนผิวบนเม็ดพระธาตุจะเสมอกับพื้นผิวข้าง ๆ หรืออาจจะต่ำกว่าผิวข้าง ๆ เล็กน้อยก็ได้ ส่วนเม็ดพระธาตุที่มาวางใหม่ขอบข้าง ๆ จะหลวมโดยรอบ พื้นผิวบนบางทีทำไม่เนียนจะสูงกว่าพื้นผิวข้าง ๆ แล้วแต่งสีให้ใกล้เคียง

 



หลักการพิจารณาด้านหลังสมเด็จวัดระฆัง

สมเด็จวังระฆัง ได้แบ่งการดูลักษณะด้านหลัง ออกเป็น 5 แบบ คือ

1. แบบหลังกระดาน

          หลังแบบนี้จะสังเกตเห็นได้ว่าจะมีเส้นขวางเป็นบั้ง ๆ มีทั้งเล็กและใหญ่สลับกันไป สาเหตุที่เกิดหลังแบบนี้ เป็นเพราะไม้อันที่นำมากดพิมพ์ด้านหลังมีรอยผ่าไม้ซึ่งเกิดจากคลองเลื่อยค่อนข้างหยาบ กดหลังพระจึงเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญในการดูด้านหลังสมเด็จวัดระฆัง













ด้านหลังสมเด็จวัดระฆัง แบบหลังกระดาน

 







2. แบบหลังกาบหมาก

          สมเด็จวัดระฆังส่วนใหญ่ใช้ไม้กด หลังกาบหมากก็เช่นกัน น่าจะเกิดจากการนำเอาแผ่นไม้ที่ไม่ได้ผ่านการไสให้เรียบ แล้วนำมากดหลังพระ เมื่อกดเสร็จแล้วจะได้พื้นผิวที่หยาบ เมื่อเวลาผ่านไป เส้นต่าง ๆ เกิดการยุบตัว, หดตัว, หลุดล่อน จึงเกิดเป็นเส้นนูนขนาดเล็ก มีทั้งเส้นสั้น และยาวสลับกันไป และจะเกิดตามแนวขวางขององค์พระทั่วทั้งแผ่นหลังขององค์พระ













ด้านหลังสมเด็จวัดระฆัง แบบกาบหมาก







3. แบบหลังสังขยา

          หลังแบบนี้ นักเลงพระรุ่นเก่า เรียกว่า "หลังขนมสังขยา" นี่ก็เป็นหลังอีกแบบหนึ่งของสมเด็จวัดระฆัง มีลักษณะเป็นหลุมเล็กและใหญ่สลับกันไป สาเหตุเนื่องจากมวลสารหลุดล่อนไป และบางส่วนมีการหดตัว, รอยย่นเป็นคลื่นกระจายไปทั่วแผ่นหลังขององค์พระ













ด้านหลังสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์หลังสังขยา







4. แบบหลังเรียบ

          นี่ก็เป็นหลังอีกแบบที่มีมากที่สุดของสมเด็จวัดระฆัง หลังแบบนี้จะมีพื้นผิวค่อนข้างเรียบเป็นส่วนใหญ่ และจะมีรอยเป็นคลื่น สูงต่ำบ้าง และจะมีเป็นหลุมเนื่องจากมวลสารหลุดล่อนบ้างเล็กน้อย













ด้านหลังสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์หลังเรียบ







5. แบบหลังแยก

          หลังแบบนี้ ผู้เขียนขอเพิ่มเติมเป็นแบบที่ 5 เพราะเป็นหลังที่สำคัญมาก มีลักษณะดังนี้ ถ้าเป็นแนวตั้ง รอยแยกจะเกิดขึ้นเป็นแนวเฉียงเป็นริ้ว ๆ ตามขอบ ขนาดเล็กใหญ่สลับกันไป ส่วนแนวนอน รอยแยกจะเกิดเล็กน้อย รอยแยกจะมีลักษณะเอียงเกือบขนานกับขอบล่างและขอบบนเท่านั้น













ด้านหลังสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์หลังเแยก







หมายเหตุ เรื่องต่อไป ชี้ตำหนิกำแพงลีลาเม็ดขนุน (องค์แชมป์) เร็ว ๆ นี้


ผู้เขียน : ช้าง-วัดห้วย

แหล่งอ้างอิง : http://changwathuay.com/web15/content/29-2012-05-31-02-58-55.html

February 09, 2014 05:26:51 amfine  (82)
avatar
amfine  (82)


นี่เป็นอีกหนึ่งเว็บในการพิจารณาติหนิ และพิมพ์ทรงครับ

ชี้จุดตำหนิพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่


 


 


 

ชี้จุดเอกพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่วัดระฆัง

 

 



 

 

 

 

 















 
















 




 









 
 








เพิ่มคำอธิบายภาพ



 

 






 




    จุดเด่นเซียนดังชี้จุดตำหนิพระสมเด็จพิมพ์

ใหญ่ด้านหน้า

 

 

จุดที่ 1.เส้นชุ้มด้านขวามือองค์พระตั้งแต่หัวใหล่ขวาองค์พระขึ้นไปจะมีลักษณะเดินเป็นเส้นตรงอยู่

ช่วงหนึ่ง

 

         2.พระเกศมีทั้งทะลุชุ้มและไม่ทะลุชุ้ม

 

         3.พระพักตร์(หน้า)ลักษณะคล้ายผลมะตูม

 

         4.เส้นบังคับพิมพ์เป็นจุดเด่นที่สำคัญอีกจุดครับโดยเส้นขอบบังคับพิมพ์ด้านขวาองค์พระจะวิ่งจากด้านบนสุดมาจรดขอบชุ้มมุมล่างสุดขององค์พระ

 

         5.ร่องระหว่างฐานจะลึกกว่าผนังองค์พระ

 

         6.ปลายเท้าซ้ายสิ้นสุดในแนวดิ่งตรงกับแขนขวา

 

         7.หัวฐานตัดเฉียง

 

         8.ฐานชั้นกลางมีลักษณะเป็นคมขวานเรียกว่าฐานสิงห์

 

          9.ฐานคล้ายเรือสำเภา

 

         10.ที่ศอกช้ายขององค์พระจะปรากฏชายจีวรพาดมาหาหัวเข่าด้านซ้าย

 

          11.ชอกพระกัจจะ(รักแร้)ซ้ายจะสูงกว่าด้านขวา

 

          12.องค์ที่ติดชัดจะเห็นหูรำไร

 

          13.จุดจบเส้นบังคับแม่พิมพ์จะอยู่กึ่งกลางไกล้ข้อศอกพอดี

 

           14.พื้นผิวพระในชุ้มจะต่ำกว่านอกชุ้ม

 


หมายเหตุ  การดูจุดตำหนินั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการพิจารณาพระสมเด็จฯเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าต้องจบตรงนี้ การพิจารณาศึกษาดูมวลสาร เนื้อพระ ธรรมชาติความเก่าขององค์พระควบคู่ไปด้วย การศึกษาค้นคว้าจากผู้รู้ผู้มีประสบการณ์ และ ตำราจากนักวิชาการ จะเป็นการเพิ่มความมั่นใจในการพิจารณาพระแท้ได้อีกแนวทางหนึ่งครับ


 





 


     การพิจารณาด้านหลังพระสมเด็จวัดระฆัง





 




 

 

 































 

 

 

 











 

 

 



















 


 


 


 


 








 




 

 

 

 

 












 




ชี้จุดเด่นด้านหลังพระสมเด็จวัดระฆังจุด 1-4

         จุดที่ต้องสังเกตุดูด้านหลัง คือ การที่จะเกิดริ้วรอยต่างๆ จากการกดปาดพิมพ์ ตั้งแต่แรกสำหรับการกด และ ไล่ปาดจากบนลงล่าง เพื่อให้พิมพ์ด้านหน้าติดชัดเจน และ ผลจากการใช้ชิ้นไม้ออกแรงปาดนี่เอง ทำให้เกิดริ้วรอยต่างๆ  อีกทั้งยังสัมพันธ์ กับ ความเหนียวหนึบหรือแห้งเปียกของเนื้อพระขณะกดแม่พิมพ์อีกด้วย ทำให้ธรรมชาติระยะเวลาแปรเปลี่ยนเกิดขึ้น เป็นหลุมบ่อน้ำตาชึ้งเกิดจากการยุบตัวของมวลสาร และ ยังมีลอยปูไต่ ลอยปริแยก รอยปริอ้า ทั่วๆไปตามด้านหลังพระสมเด็จฯ ชึ้งทำให้มีการกำหนดชื่อ เรียกไว้หลายแบบ ตามลักษณะของริ้วรอยที่เกิดขึ้นเช่น หลังกระดาน หลังกาบหมาก หลังสังขยา หลังเรียบ หลังขอบอ้า หลังปูไต่ ฯลฯ แต่ไม่ว่าจะปรากฎริ้วรอยใดๆก็ตาม จะต้องมีความเป็นธรรมชาติเกิดขึ้น กล่าวคือ ไม่ดูขัดตา ไม่เน้นริ้วรอยจนชัดเจนมากเกินไป อย่างที่ของปลอมใช้วิธีปรุงแต่งกัน ดังนั้นถ้าเกิดท่านเจอหลังที่มีรอยกระดานไขว้เต็มไปหมด หรือ หลังยุบย่นจนน่าเกลีย





แหล่งที่มา : http://spiritthai1899.blogspot.com/

February 10, 2014 10:27:06 amfine  (82)
avatar
amfine  (82)


ผมนำข้อมูลมาให้พิจารณาแล้วครับ รบกวนเว็บมาสเตอร์ช่วยชี้แนะด้วยครับ

February 10, 2014 13:33:43 amfine  (82)
avatar
amfine  (82)


ผมนำใบประกาศมาให้ชมครับ ดังนั้นจึงขออัพราคาทุกท่านที่สนใจครับ จากราคา 1 ล้านบาท เป็น 30 ล้านบาทครับ สนใจเชิญได้ครับ

February 10, 2014 13:38:53 amfine  (82)
avatar
amfine  (82)


เบอร์โทรของผมในใบเซอร์เค้าพิมพ์ผิดนะครับ เบอร์ที่ถูกต้องคือ 0907862904 ครับ 

February 13, 2014 12:21:04 amfine  (82)
avatar
amfine  (82)


ขออนุญาตเว็บมาสเตอร์ครับ ผมได้นำข้อมูลมาให้ท่านพิจารณาแล้ว ไม่ทราบว่าท่านมีความคิดเห็นเป็นเช่นไรบ้าง ซึ่งตอนนี้ท่านยังไม่ปลดล๊อคโพสของผม ขอความกรุณาชี้แจงให้ทราบด้วยครับ

February 14, 2014 11:51:23 webmaster1  VIP  (509)


ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

แต่ข้อมูลจากส่วนนี้ ทางทีมงานไม่สามารถพิจารณาว่าพระองค์นี้เป็น พระแท้ ได้

 

February 15, 2014 07:40:38 amfine  (82)
avatar
amfine  (82)


ไม่เป็นไรครับ หากหาข้อสรุปไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่าผู้ติดตามทุกท่านคงพิจารณาได้ครับว่าพระสมเด็จองค์นี้ แท้หรือไม่ครับ ขอบคุณเว็บมาสเตอร์ครับ

March 05, 2014 17:08:20 numsopon  (60)
avatar
numsopon  (60)


ไม่ทราบว่า องค์นี้ เป็นยังไงบ้างครับ ของผมเอง ไม่ยากเล่านิทานครับมันยาว...

March 05, 2014 17:45:51 numsopon  (60)
avatar
numsopon  (60)


นี้ก็อีกองค์ครับ....ของทวด..ๆ...ๆ..ๆ..ครับ

March 25, 2014 15:32:09 suankularb  VIP  (1432)

สมเด็จวัดระฆังหรอครับ .. แท้หรือเก๊ พิสูจน์ง่ายจะตาย
ไปหาพี่ต้อยเมืองนนท์ พันธ์ทิพย์ ชั้น 3 .. จบแน่นอนครับ ;););)

YOU MUST BE LOGGED IN TO REPLY TO THIS TOPIC!