คุณอยู่ที่ » กระดานข่าว » ไขข้อข้องใจ » อ้างอิงจากรายการประมูล "วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ A "

ห้องสนทนา หัวข้อ : อ้างอิงจากรายการประมูล "วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ A "

โดยข้อความ
amfineหัวข้อ: อ้างอิงจากรายการประมูล "วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ A "

เมื่อ : Feb. 5, 2014, 7:10 p.m.

User Avatar
อ้างอิงจากhttp://www.dd-pra.com/auction/detail/3595510/
Top
amfineความคิดเห็น: ตอบกลับ: อ้างอิงจากรายการประมูล "วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ A "

เมื่อ : Feb. 6, 2014, 8:29 a.m.

User Avatar

รบกวนขอให้เวบมาสเตอร์กรุณาชี้แนะความเก๊ แท้ ของพระพิมพ์สมเด็จองค์นี้ให้ด้วยครับ ถ้ามีภาพเปรียบเทียบด้วยจะดีมากครับ รบกวนชี้แนะให้หน่อยนะครับ ขอบคุณครับ

Top
amfineความคิดเห็น: ตอบกลับ: อ้างอิงจากรายการประมูล "วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ A "

เมื่อ : Feb. 9, 2014, 8:59 a.m.

User Avatar

พิมพ์ทรงถูกต้อง การยุบตัวของมวลสารก็มี การม้วนตัวของเส้นผ่าหวายก็มี ผิวมีความย่น แยก ยุบ เป็นพิมพ์ของหลวงวิจารณ์ชัดเจน ไม่ทราบว่ามันเก๊จากตรงไหนครับ ช่วยแนะนำด้วยครับ

Top
amfineความคิดเห็น: ตอบกลับ: อ้างอิงจากรายการประมูล "วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ A "

เมื่อ : Feb. 9, 2014, noon

User Avatar

 ถ้ากล่าวถึง พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เป็นผู้สร้างไว้ ไม่มีผู้ใดไม่รู้จัก และเป็นสุดยอดปรารถนาอยากจะเป็นเจ้าของไม่ว่าจะเป็นพิมพ์อะไร ก็ตาม ถือว่าเป็นสุดยอดของพระเครื่องทั้งปวง และเป็นพระเครื่องที่มีมูลค่าสูงสุดจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ยังคงครองอันดับ 1 ตลอดกาล

แนวทางการศึกษาสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่

สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ แบ่งออกเป็น 4 แม่พิมพ์ คือ

   1. สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 1 พิมพ์มีเส้นแซมใต้หน้าตัก

   2. สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 2 พิมพ์อกตัววี

   3. สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 3 พิมพ์อกกระบอก

   4. สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 4 พิมพ์เกศทะลุซุ้ม

          แนวทางการศึกษาผู้เขียนจะชี้ตำหนิที่เหมือน ๆ กัน ออกมาก่อนเป็นอันดับแรก แล้วตามด้วยแยกพิมพ์ที่ 1 ถึงพิมพ์ที่ 4 ว่าต่างกันอย่างไร อันดับต่อไป คือการดูเนื้อและมวลสาร, การกดแม่พิมพ์ สุดท้ายคือ การดูหลังพระว่ามีกี่แบบ อะไรบ้าง

หลัการพิจารณาตำหนิพิมพ์
สมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ใหญ่ 

001
สมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่

หลักการพิจารณาตำหนิพิมพ์ สมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่

     1. ให้สังเกตเส้นซุ้มครอบแก้วเป็นอันดับแรก คือ เส้นซุ้มครอบแก้วทั้งเส้นซ้ายและเส้นขวามือพระ จะโย้ไปทางซ้ายมือพระทั้งหมด จึงทำให้เกิดดังนี้ เส้นกรอบแม่พิมพ์ทางขวามือพระซึ่งเป็นเส้นนูนเส้นเล็ก ๆ ลากลงมาจากด้านบนและจะเริ่มแนบเส้นซุ้มครอบแก้ว ตั้งแต่บริเวณหัวเข่าขวาพระจรดเส้นซุ้มด้านล่างสุด

     2. ส่วนเส้นกรอบแม่พิมพ์ทางด้านซ้ายมือพระจะลากลงมาจากด้านบนและจะแนบเส้นซุ้มครอบแก้วตั้งแต่กึ่งกลางแขนถึงปลายข้อศอกซ้ายพระและจะกลืนหายไปกับเส้นซุ้มครอบแก้ว

     3. เกศพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ จะเป็นปลีเรียวเล็ก คือโคนเกศจะใหญ่กว่าปลายเกศเล็กน้อย และจะพุ่งขึ้นจรดซุ้มทุกแม่พิมพ์ของพิมพ์ใหญ่ และเกศจะเอียงไปทางซ้ายพระเล็กน้อย

     4. รูปหน้าของสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ จะคล้ายผลมะตูม เฉพาะบางแม่พิมพ์จะมีโหนกยื่นทางแก้มขวาพระ ส่วนถ้าแม่พิมพ์กดได้ลึกคมชัด จะเห็นหูซ้ายพระเป็นเส้นทิ้งตรงลงมา แต่จะเห็นแบบราง ๆ เท่านั้น

     5. ให้สังเกตความกว้างของรักแร้ คือความกว้างจากรักแร้ถึงหัวไหล่ ด้านบนทางด้านขวามือพระจะหนา ส่วนทางด้านซ้ายมือพระจะบางกว่า

     6. ให้สังเกตลำตัวและวงแขนพระจะนั่งบิดตัวไปทางขวาเล็กน้อยและแขนขวาพระจากหัวไหล่ถึงข้อศอกจะแลดูสั้น ส่วนทางซ้ายพระจากหัวไหล่ถึงข้อศอก จะแลดูยาวกว่า

     7. ซอกรักแร้ข้างซ้ายพระช่างจะแกะแม่พิมพ์ลึกกว่าข้างขวามือพระและจะแกะแม่พิมพ์ให้ลาดเอียงจากข้างเอวพระทั้งสองข้างจะตื้น และลาดลงลึกสุดที่รักแร้พระ

     8. หัวฐานชั้นบนสุดข้างซ้ายพระจะเตี้ยกว่าหัวเข่าข้างซ้ายพระเล็กน้อย และหัวฐานนี้จะยาวกว่าหัวเข่าเล็กน้อย ส่วนหัวเข่าด้านขวาพระจะเตี้ยกว่าหรือแค่เสมอหัวฐานชั้นบนข้างขวาพระ

     9. หัวฐานชั้นล่าง ด้านขวามือพระช่างจะแกะแม่พิมพ์เฉียงเล็กน้อย และหัวฐานเกือบชิดเส้นซุ้ม

     10. หัวฐานชั้นล่างด้านซ้ายมือพระ ช่างจะแกะหัวฐานค่อนข้างตรงและห่างเส้นซุ้ม

     11. พื้นที่ ถ้าผู้อ่านลองส่องพระย้อนกลับคือให้ส่องจากเกศพระไล่ลงมาจะได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นคือ พื้นที่ตั้งแต่เกศจะต่ำและลาดสูงขึ้นไปจนถึงข้างแขนพระทั้งด้านซ้ายและด้านขวา

     12. แขนซ้ายพระตั้งแต่หัวไหล่ถึงข้อศอกช่างจะแกะแม่พิมพ์ต่ำกว่าข้างขวาพระและแกะหัวไหล่ต่ำลาดสูงขึ้นไปจนถึงข้อศอก

     13. ร่องฐานระหว่างหน้าตักกับฐานชั้นบน ร่องฐานทางขวาจะตื้นและลาดลง จะลึกสุดคือปลายด้านซ้าย

     14. ร่องฐานระหว่างฐานชั้นบนกับฐานชั้นกลาง พื้นที่ในร่องฐานจะเสมอภายนอก


หลักการแยกแม่พิมพ์ สมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่

สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ แบ่งออกเป็น 4 แม่พิมพ์ ดังนี้

1. สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 1

    - เอกลักษณ์คือมีเส้นแซมใต้หน้าตัก และมีเส้นสังฆาฏิขนาดเล็ก

002003
สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 1

2. สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 2

    - เอกลักษณ์ของพิมพ์ที่ 2 คืออกตัววี

004005
สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 2

3. สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 3

    - เอกลักษณ์ของพิมพ์ที่ 3 คืออกกระบอก

006007
สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 3

4. สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 4

    - เอกลักษณ์ของพิมพ์ที่ 4 คือเกศทะลุซุ้ม

008009
สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 4

          จริง ๆ แล้ว เอกลักษณ์แต่ละพิมพ์ยังมีมากกว่านี้ แต่ผู้เขียนว่า จดจำแค่นี้ก็พอแล้ว และให้ดูผสมผสานกับหลักการพิจารณาดูสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ แล้วการดูพระของผู้อ่านจะดีขึ้นเอง ตอนผู้เขียนเริ่มศึกษาพระสมเด็จ อาจารย์ผู้เขียนก็ให้เริ่มศึกษาและจดจำแค่นี้ก่อน สุดท้ายพอเริ่มแตกฉาน เริ่ม เข้าใจ สุดท้าย การดูสมเด็จก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

หลักการดูเนื้อ และมวลสาร ของสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่
          เริ่มต้นด้วยส่วนผสมของเนื้อสมเด็จวัดระฆัง ประกอบด้วย มวลสารหลัก ๆ ดังนี้

010
มวลสารในสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่

     1. ปูนเปลือกหอย สมัยก่อนเขาจะใช้เปลือกหอยมาเผาแล้วบดให้ละเอียด ก็จะได้เป็นปูนขาว ซึ่งเป็นส่วนผสมหลัก

     2. เม็ดสีเทา มีทั้งเทาอ่อน และเทาเข้ม ลักษณะก้อนเล็ก ๆ มีค่อนข้างน้อย

     3. เม็ดสีเขียว มีทั้งเขียวอ่อน และสีเขียวหยก แบบนี้ก็มีน้อยมาก

     4. ผ้าแพรห่มพระพุทธและก้านธูปสมเด็จโตจะหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ และผสมลงไป

     5. อิฐแดง สันนิษฐานว่าเป็นเศษซุ้มกอมาตำให้ละเอียดแล้วนำมาผสม

     6. เม็ดพระธาตุ ลักษณะเป็นสีขาวอมเหลือง มีทั้งก้อนเล็กและก้อนใหญ่

     7. น้ำมันตั่งอิ้วเป็นตัวประสาร และยังมีมวลสารอื่น ๆ อีก

          เอาวัสดุทั้งหมดผสมกันโดยใช้น้ำมันตั่งอิ้วเป็นตัวประสาร แล้วปั้นเป็นแท่ง แล้วตัดออกเป็นชิ้น ๆ ที่เรียกว่า "ชิ้นฝัก" แล้วนำมากดในแม่พิมพ์ ก่อนนำมวลสารไปกดในแม่พิมพ์ คาดว่า น่าจะนำแป้งโรยพิมพ์ก่อนเพื่อที่จะให้มวลสารไม่ติดในพิมพ์ แล้วนำแผ่นไม้มากดย้ำด้านหลังจึงเกิดเป็นหลังแบบต่าง ๆ เมื่อกดเสร็จแล้ว ก็เคาะออก แล้วตัดข้างออก 4 ด้าน เสร็จแล้วนำไปตากแห้ง แล้วให้สมเด็จโตปลุกเสกต่อไป

จากวันนั้นถึงวันนี้ อายุพระก็ร้อยกว่าปี พื้นผิวจะมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้

ด้านหน้า

    - เส้นซุ้ม ตอนเริ่มสร้างกดพิมพ์ เส้นซุ้มจะเป็นสามเหลี่ยม คือปลายบนแคบ ด้านล่างจะกว้าง เมื่อเวลาผ่านไปร้อยกว่าปี เส้นซุ้มด้านนอกหดเข้าเกือบตั้งฉาก ส่วนด้านในเส้นซุ้มหดตัว ม้วนเข้าค่อนข้างกลมแบบเส้นลวด จุดนี้เป็นจุดสำคัญจุดหนึ่ง ซึ่งถ้าคนทำพระปลอม นำสมเด็จของแท้ไปถอดพิมพ์ เส้นซุ้มที่ถอดออกมา ตีนเส้นซุ้มก็จะบานออก ซึ่งถ้าเข้าใจตรงนี้ยังไงก็ไม่โดนของปลอม ส่วนตั้งแต่เกศ, เศียรพระ, แขน, ลำตัว ฐานพระก็เหมือนกัน ลองสังเกตดู ส่วนพื้นผิวที่มี รูเล็ก ๆ หรือที่เรียกว่า "รอยปูไต่" ซึ่งเกิดจากมวลสารบางชนิดเกิดการย่อยสลายและหลุดออกจึงเกิดเป็นรูเล็ก ๆ ส่วนพื้นผิวที่เรียกว่า "คราบแป้งยังอยู่" พื้นผิวชนิดนี้มีลักษณะสีขาวอมเหลือง มีทั้งหนาและบาง เกิดจากเวลานำเนื้อพระมากดพิมพ์ เนื้อพระก้อนนั้นค่อนข้างเหลว เวลากดพิมพ์เสร็จแล้วใช้ไม้เคาะ ๆ ย้ำ ๆ น้ำปูนเปลือกหอยก็ไหลลงล่าง จึงเกิดเป็นผิวแป้งด้านหน้าพระ เมื่อเวลาผ่านไปร้อยกว่าปี การหดตัวของพระ การหลุดล่อนของมวลสาร การถูกสัมผัสเนื่องจากการใช้ เม็ดมวลสารก็โผล่ขึ้นมา เช่น เม็ดพระธาตุ เม็ดสีเทา และอื่น ๆ พูดถึงเม็ดพระธาตุ บางเม็ดบนพื้นผิวอาจถูกนำมาวางใหม่ เนื่องจากพระบางองค์ เม็ดพระธาตุหรือเม็ดมวลสารบางเม็ดหลุดร่อนไปทำให้เกิดเป็นรู เจ้าของพระบางคนก็จะให้ช่างแต่งพระหามวลสารที่ใกล้เคียงนำมาวางแทน วิธีสังเกตเม็ดพระธาตุของแท้ ขอบข้างเม็ดพระธาตุจะต้องสนิทชิดแน่น บางทีมีเปลือกผิวทับตามขอบก็มี หรืออีกแบบคือเม็ดพระธาตุจะชิดแค่ข้างเดียว อีกข้างจะห่างจากขอบเล็กน้อย ส่วนผิวบนเม็ดพระธาตุจะเสมอกับพื้นผิวข้าง ๆ หรืออาจจะต่ำกว่าผิวข้าง ๆ เล็กน้อยก็ได้ ส่วนเม็ดพระธาตุที่มาวางใหม่ขอบข้าง ๆ จะหลวมโดยรอบ พื้นผิวบนบางทีทำไม่เนียนจะสูงกว่าพื้นผิวข้าง ๆ แล้วแต่งสีให้ใกล้เคียง

 

หลักการพิจารณาด้านหลังสมเด็จวัดระฆัง

สมเด็จวังระฆัง ได้แบ่งการดูลักษณะด้านหลัง ออกเป็น 5 แบบ คือ

1. แบบหลังกระดาน

          หลังแบบนี้จะสังเกตเห็นได้ว่าจะมีเส้นขวางเป็นบั้ง ๆ มีทั้งเล็กและใหญ่สลับกันไป สาเหตุที่เกิดหลังแบบนี้ เป็นเพราะไม้อันที่นำมากดพิมพ์ด้านหลังมีรอยผ่าไม้ซึ่งเกิดจากคลองเลื่อยค่อนข้างหยาบ กดหลังพระจึงเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญในการดูด้านหลังสมเด็จวัดระฆัง

011012

ด้านหลังสมเด็จวัดระฆัง แบบหลังกระดาน

 

2. แบบหลังกาบหมาก

          สมเด็จวัดระฆังส่วนใหญ่ใช้ไม้กด หลังกาบหมากก็เช่นกัน น่าจะเกิดจากการนำเอาแผ่นไม้ที่ไม่ได้ผ่านการไสให้เรียบ แล้วนำมากดหลังพระ เมื่อกดเสร็จแล้วจะได้พื้นผิวที่หยาบ เมื่อเวลาผ่านไป เส้นต่าง ๆ เกิดการยุบตัว, หดตัว, หลุดล่อน จึงเกิดเป็นเส้นนูนขนาดเล็ก มีทั้งเส้นสั้น และยาวสลับกันไป และจะเกิดตามแนวขวางขององค์พระทั่วทั้งแผ่นหลังขององค์พระ

013014

ด้านหลังสมเด็จวัดระฆัง แบบกาบหมาก

3. แบบหลังสังขยา

          หลังแบบนี้ นักเลงพระรุ่นเก่า เรียกว่า "หลังขนมสังขยา" นี่ก็เป็นหลังอีกแบบหนึ่งของสมเด็จวัดระฆัง มีลักษณะเป็นหลุมเล็กและใหญ่สลับกันไป สาเหตุเนื่องจากมวลสารหลุดล่อนไป และบางส่วนมีการหดตัว, รอยย่นเป็นคลื่นกระจายไปทั่วแผ่นหลังขององค์พระ

015016

ด้านหลังสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์หลังสังขยา

4. แบบหลังเรียบ

          นี่ก็เป็นหลังอีกแบบที่มีมากที่สุดของสมเด็จวัดระฆัง หลังแบบนี้จะมีพื้นผิวค่อนข้างเรียบเป็นส่วนใหญ่ และจะมีรอยเป็นคลื่น สูงต่ำบ้าง และจะมีเป็นหลุมเนื่องจากมวลสารหลุดล่อนบ้างเล็กน้อย

017018

ด้านหลังสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์หลังเรียบ

5. แบบหลังแยก

          หลังแบบนี้ ผู้เขียนขอเพิ่มเติมเป็นแบบที่ 5 เพราะเป็นหลังที่สำคัญมาก มีลักษณะดังนี้ ถ้าเป็นแนวตั้ง รอยแยกจะเกิดขึ้นเป็นแนวเฉียงเป็นริ้ว ๆ ตามขอบ ขนาดเล็กใหญ่สลับกันไป ส่วนแนวนอน รอยแยกจะเกิดเล็กน้อย รอยแยกจะมีลักษณะเอียงเกือบขนานกับขอบล่างและขอบบนเท่านั้น

019020

ด้านหลังสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์หลังเแยก

หมายเหตุ เรื่องต่อไป ชี้ตำหนิกำแพงลีลาเม็ดขนุน (องค์แชมป์) เร็ว ๆ นี้

ผู้เขียน : ช้าง-วัดห้วย

แหล่งอ้างอิง : http://changwathuay.com/web15/content/29-2012-05-31-02-58-55.html

Top
amfineความคิดเห็น: ตอบกลับ: อ้างอิงจากรายการประมูล "วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ A "

เมื่อ : Feb. 9, 2014, 12:26 p.m.

User Avatar

นี่เป็นอีกหนึ่งเว็บในการพิจารณาติหนิ และพิมพ์ทรงครับ

ชี้จุดตำหนิพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่

 

 

 
ชี้จุดเอกพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่วัดระฆัง
 
 
 
 
 
 
 






 





 

 



 
 
เพิ่มคำอธิบายภาพ
 
 


 
    จุดเด่นเซียนดังชี้จุดตำหนิพระสมเด็จพิมพ์
ใหญ่ด้านหน้า
 
 
จุดที่ 1.เส้นชุ้มด้านขวามือองค์พระตั้งแต่หัวใหล่ขวาองค์พระขึ้นไปจะมีลักษณะเดินเป็นเส้นตรงอยู่
ช่วงหนึ่ง
 
         2.พระเกศมีทั้งทะลุชุ้มและไม่ทะลุชุ้ม
 
         3.พระพักตร์(หน้า)ลักษณะคล้ายผลมะตูม
 
         4.เส้นบังคับพิมพ์เป็นจุดเด่นที่สำคัญอีกจุดครับโดยเส้นขอบบังคับพิมพ์ด้านขวาองค์พระจะวิ่งจากด้านบนสุดมาจรดขอบชุ้มมุมล่างสุดขององค์พระ
 
         5.ร่องระหว่างฐานจะลึกกว่าผนังองค์พระ
 
         6.ปลายเท้าซ้ายสิ้นสุดในแนวดิ่งตรงกับแขนขวา
 
         7.หัวฐานตัดเฉียง
 
         8.ฐานชั้นกลางมีลักษณะเป็นคมขวานเรียกว่าฐานสิงห์
 
          9.ฐานคล้ายเรือสำเภา
 
         10.ที่ศอกช้ายขององค์พระจะปรากฏชายจีวรพาดมาหาหัวเข่าด้านซ้าย
 
          11.ชอกพระกัจจะ(รักแร้)ซ้ายจะสูงกว่าด้านขวา
 
          12.องค์ที่ติดชัดจะเห็นหูรำไร
 
          13.จุดจบเส้นบังคับแม่พิมพ์จะอยู่กึ่งกลางไกล้ข้อศอกพอดี
 
           14.พื้นผิวพระในชุ้มจะต่ำกว่านอกชุ้ม
 

หมายเหตุ  การดูจุดตำหนินั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการพิจารณาพระสมเด็จฯเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าต้องจบตรงนี้ การพิจารณาศึกษาดูมวลสาร เนื้อพระ ธรรมชาติความเก่าขององค์พระควบคู่ไปด้วย การศึกษาค้นคว้าจากผู้รู้ผู้มีประสบการณ์ และ ตำราจากนักวิชาการ จะเป็นการเพิ่มความมั่นใจในการพิจารณาพระแท้ได้อีกแนวทางหนึ่งครับ


 
 


     การพิจารณาด้านหลังพระสมเด็จวัดระฆัง




 

 
 
 


























 
 
 
 




 
 
 








 

 

 

 

 
 
 
 
 
 
 








 

ชี้จุดเด่นด้านหลังพระสมเด็จวัดระฆังจุด 1-4

         จุดที่ต้องสังเกตุดูด้านหลัง คือ การที่จะเกิดริ้วรอยต่างๆ จากการกดปาดพิมพ์ ตั้งแต่แรกสำหรับการกด และ ไล่ปาดจากบนลงล่าง เพื่อให้พิมพ์ด้านหน้าติดชัดเจน และ ผลจากการใช้ชิ้นไม้ออกแรงปาดนี่เอง ทำให้เกิดริ้วรอยต่างๆ  อีกทั้งยังสัมพันธ์ กับ ความเหนียวหนึบหรือแห้งเปียกของเนื้อพระขณะกดแม่พิมพ์อีกด้วย ทำให้ธรรมชาติระยะเวลาแปรเปลี่ยนเกิดขึ้น เป็นหลุมบ่อน้ำตาชึ้งเกิดจากการยุบตัวของมวลสาร และ ยังมีลอยปูไต่ ลอยปริแยก รอยปริอ้า ทั่วๆไปตามด้านหลังพระสมเด็จฯ ชึ้งทำให้มีการกำหนดชื่อ เรียกไว้หลายแบบ ตามลักษณะของริ้วรอยที่เกิดขึ้นเช่น หลังกระดาน หลังกาบหมาก หลังสังขยา หลังเรียบ หลังขอบอ้า หลังปูไต่ ฯลฯ แต่ไม่ว่าจะปรากฎริ้วรอยใดๆก็ตาม จะต้องมีความเป็นธรรมชาติเกิดขึ้น กล่าวคือ ไม่ดูขัดตา ไม่เน้นริ้วรอยจนชัดเจนมากเกินไป อย่างที่ของปลอมใช้วิธีปรุงแต่งกัน ดังนั้นถ้าเกิดท่านเจอหลังที่มีรอยกระดานไขว้เต็มไปหมด หรือ หลังยุบย่นจนน่าเกลีย

แหล่งที่มา : http://spiritthai1899.blogspot.com/

Top
amfineความคิดเห็น: ตอบกลับ: อ้างอิงจากรายการประมูล "วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ A "

เมื่อ : Feb. 10, 2014, 5:27 p.m.

User Avatar

ผมนำข้อมูลมาให้พิจารณาแล้วครับ รบกวนเว็บมาสเตอร์ช่วยชี้แนะด้วยครับ

Top
amfineความคิดเห็น: ตอบกลับ: อ้างอิงจากรายการประมูล "วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ A "

เมื่อ : Feb. 10, 2014, 8:33 p.m.

User Avatar

ผมนำใบประกาศมาให้ชมครับ ดังนั้นจึงขออัพราคาทุกท่านที่สนใจครับ จากราคา 1 ล้านบาท เป็น 30 ล้านบาทครับ สนใจเชิญได้ครับ

Top
amfineความคิดเห็น: ตอบกลับ: อ้างอิงจากรายการประมูล "วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ A "

เมื่อ : Feb. 10, 2014, 8:38 p.m.

User Avatar

เบอร์โทรของผมในใบเซอร์เค้าพิมพ์ผิดนะครับ เบอร์ที่ถูกต้องคือ 0907862904 ครับ 

Top
amfineความคิดเห็น: ตอบกลับ: อ้างอิงจากรายการประมูล "วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ A "

เมื่อ : Feb. 13, 2014, 7:21 p.m.

User Avatar

ขออนุญาตเว็บมาสเตอร์ครับ ผมได้นำข้อมูลมาให้ท่านพิจารณาแล้ว ไม่ทราบว่าท่านมีความคิดเห็นเป็นเช่นไรบ้าง ซึ่งตอนนี้ท่านยังไม่ปลดล๊อคโพสของผม ขอความกรุณาชี้แจงให้ทราบด้วยครับ

Top
webmaster1ความคิดเห็น: ตอบกลับ: อ้างอิงจากรายการประมูล "วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ A "

เมื่อ : Feb. 14, 2014, 6:51 p.m.

User Avatar

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

แต่ข้อมูลจากส่วนนี้ ทางทีมงานไม่สามารถพิจารณาว่าพระองค์นี้เป็น พระแท้ ได้

 

Top
amfineความคิดเห็น: ตอบกลับ: อ้างอิงจากรายการประมูล "วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ A "

เมื่อ : Feb. 15, 2014, 2:40 p.m.

User Avatar

ไม่เป็นไรครับ หากหาข้อสรุปไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่าผู้ติดตามทุกท่านคงพิจารณาได้ครับว่าพระสมเด็จองค์นี้ แท้หรือไม่ครับ ขอบคุณเว็บมาสเตอร์ครับ

Top
numsoponความคิดเห็น: ตอบกลับ: อ้างอิงจากรายการประมูล "วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ A "

เมื่อ : March 6, 2014, 12:08 a.m.

User Avatar

ไม่ทราบว่า องค์นี้ เป็นยังไงบ้างครับ ของผมเอง ไม่ยากเล่านิทานครับมันยาว...

Top
numsoponความคิดเห็น: ตอบกลับ: อ้างอิงจากรายการประมูล "วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ A "

เมื่อ : March 6, 2014, 12:45 a.m.

User Avatar

นี้ก็อีกองค์ครับ....ของทวด..ๆ...ๆ..ๆ..ครับ

Top
suankularbความคิดเห็น: ตอบกลับ: อ้างอิงจากรายการประมูล "วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ A "

เมื่อ : March 25, 2014, 10:32 p.m.

User Avatar
สมเด็จวัดระฆังหรอครับ .. แท้หรือเก๊ พิสูจน์ง่ายจะตาย ไปหาพี่ต้อยเมืองนนท์ พันธ์ทิพย์ ชั้น 3 .. จบแน่นอนครับ ;););)
Top